เมนู

 

หมวดหมู่สินค้า

 
เพชรใบเซอร์
               วิธีอ่าน Spec เพชร


       เพชรเป็นผลึกโปร่งใสของอะตอมคาร์บอนที่จับยึดกับแบบรูปพีระมิด (sp3) ตกผลึกกลายเป็นโครงข่ายเพชรที่เป็นการแปรผันของโครงสร้างลูกบาศก์แบบเฟซเซ็นเตอร์ (face centered cubic)
       การจำแนกระดับต่างๆของเพชรให้ดูถึงความบริสุทธิ์ที่เพชรมี ในหลักสากล สามารถแบ่งออกเป็น 4Cs ใหญ่ๆ ด้วยกันคือ Clarity (ความบริสุทธิ์) ,Carat (น้ำหนักเพชรเทียบเป็นกะรัต) , Color (สีของเพชร) และสุดท้าย Cut (รูปแบบและทรงการเจียระไน)


ระดับความบริสุทธิ์ (Clarity)
       การจำแนกความบริสุทธิ์ของเพชร สามารถจำแนกได้ตามหลักสากล ดังนี้
       1.Flawless (FL) - เป็นเพชรชั้นยอดน้ำงามที่สุด ไม่มีตำหนิหรือมลทินใดๆในทั้งเนื้อเพชรและผิวของเพชร เมื่อมองภายใต้กล้องขยาย 10 เท่า (10X)
       2.Internally Flawless (IF) - เป็นเพชรชั้นยอดที่ไม่มีตำหนิภายในเนื้อเพชรเลย เมื่อมองภายใต้กล้องขยาย 10 เท่า (10X)
       3.Very Very Slightly Included (VVS1 / VVS2) - เป็นระดับของเพชรที่มีมลทินในเนื้อเพชรให้เห็นได้น้อยมากๆ ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า จะต้องใช้กล้องกำลังขยาย 10 เท่า ส่องจึงเห็น และจะต้องใช้เวลาในการค้นหาค่อนข้างนาน แล้วแต่ความชำนาญของผู้ตรวจสอบ จำแนกออกเป็นระดับ 1 และ 2 ตามลำดับ หากตำหนิน้อยมากจะใช้ VVS1 หากตำหนิที่สามารถเห็นได้ชัดมากขึ้นจะใช้ VVS2
       4.Very Slightly Included (VS1 / VS2) - เป็นระดับของเพชรที่มีมลทินในเนื้อเพชรในระดับที่ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า จะต้องใช้กล้องกำลังขยาย 10 เท่า ส่องจึงเห็น และจะต้องใช้เวลาในการค้นหาสักพัก แต่จะใช้เวลาน้อยกว่าเพชรความสะอาดระดับ VVS ตำหนิและมลทินสามารถเห็นได้ชัดเจนมากกว่าระดับ VVS และอาจมีสีต่างๆในเนื้อของมลทินที่สามารถมองเห็นได้
       5.Slightly Included (SI1 / SI2) - เป็นระดับของมลทินที่สามารถมองเห็นได้ทันทีภายใต้กล้องกำลังขยาย 10 เท่าและบางกรณีสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่จะมีขนาดที่เล็กอาจจะต้องสังเกต หรือใช้กระดาษขาวทาบและมองกับแสงไฟจึงเห็นชัดขึ้น ในระดับสายตาของผู้ยังไม่ชำนาญการ จะต้องใช้เวลานานในการสังเกต
6.Imperfect (I1 / I2 / I3) - เป็นระดับมลทินที่สามารถสังเกตด้วยตาเปล่าได้อย่างชัดเจน ซึ่งอาจจะมีเยอะมาก จนทำให้สังเกตได้เยอะ

กะรัต (Carat)
       น้ำหนักซึ่งเป็นมาตรฐานในการวัดน้ำหนักของอัญมณี ซึ่งเทียบกับมาตราเมตริกได้ 0.2 กรัม ทั้งนี้ มาตรน้ำหนักกะรัตนี้ พ้องเสียงกับคำว่า กะรัต (Karat) ที่ใช้วัดระดับความบริสุทธิ์ของทองคำ ซึ่งทองคำมีค่าความบริสุทธิ์ 99.99% มีค่าเท่ากับ 24 กะรัต (Karat)
       ที่มาของคำว่ากะรัต มาจากเมล็ดของผล การัต ซึ่งเมล็ดของผลชนิดนี้จะมีน้ำหนักเท่ากันทุกเมล็ด ซึ่งในสมัยโบราณนิยมใช้กันมาก เพราะไม่มีมาตรฐานที่ชัดเจนในการวัด จึงนำเอาเมล็ดจากผลการัต มาเป็นหน่วยในการวัดน้ำหนักของอัญมณี

สี (Color)
       การจำแนกเฉดสีของเพชร สามารถเรียงจาก D ไปจนถึง Z ซึ่งหากแทนด้วยอักษร D จะหมายถึง มีความขาวใส มากที่สุด ซึ่งบางครั้งคนไทยจะเรียกว่า "น้ำ" เพชรน้ำยิ่งสูงก็จะยิ่งขาวและไม่มีสีเหลืองเจือปน เพชรระดับไร้สี (Colorless) ได้แก่ เพชรน้ำ 100, 99, 98 หรือ เพชรสี D,E,F ส่วนเพชระดับเกือบไร้สี (Near Colorless) ได้แก่เพชรน้ำ 97, 96, 95, 94 หรือ G,H,I,J ดูตัวอย่างการเทียบสีเพชร ส่วนเฉดสีอื่นๆ จะไล่ไปเรื่อยๆเช่น สีนวลอ่อน อาจจะแทนด้วยอักษร G สีเหลืองแชมเปญ จะไล่ลงไปเป็น L เหลืองเข้ม จะใช้แทนด้วย P จนกระทั่งไปถึงตัวอักษร Z ที่จะเป็นสีเหลืองสด และถูกแยกออกเป็นเฉดสีเพชรแฟนซี
การจำแนกสีของเพชร จะแยกเฉพาะโทนสี ขาว และเหลืองเท่านั้น หากแยกออกไปจากนี้จะเป็นรูปแบบเพชรแฟนซี ซึ่งจะมีสีสันสดใสและแปลกตาออกไป
       เหตุที่แยกโทนสีเฉพาะสีเหลืองเพราะว่า คาร์บอนในตัวของเพชร เมื่อได้รับความร้อนหรือสารเคมีที่เป็นองค์ประกอบอื่นๆ จะทำให้เพชรมีสีแตกต่างออกไป เช่นเพชรสีเหลืองมีธาตุในโตรเจนเป็นองค์ประกอบอยู่ด้วย สีน้ำเงิน อาจมีไทเทเนียมและเหล็กเจือปน หรือสีแดงอาจจะเป็นโครเมียมเจือปน ส่วนเพชรชมพูนั้นเกิดจากโครงสร้างของตัวเพชรเอง ส่วนสีเขียวนั้นเป็นเพชรที่ได้รับรังสี ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ทำให้เกิดเป็นเพชรแฟนซี ที่มีสีสันแตกต่างออกไป และราคาแพงมากกว่าสีขาว เนื่องจากหายาก แต่อย่างไรก็ตาม เพชรสีขาวใสสะอาด เป็นที่นิยมมากกว่าเพชรแฟนซี แต่ในปัจจุบันได้มีผู้ผลิต หลายราย นำเพชรสีขาวมาปรับปรุงคุณภาพเพื่อให้เกิดเป็นเพชรสีแฟนซี ต่าง ๆ ขึ้น เช่น ทำการอบ การเผา หรือการฉายรังสี ทำให้เกิดสีต่างๆ เช่น สีเขียว สีเหลือง และสีฟ้า เป็นต้น

เหลี่ยม (CUT)   
       เหลี่ยมเพชร เป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้เพชรเกิดประกาย ยิ่งเพชรมีเหลี่ยมที่สมบูรณ์มากเท่าไหร่ ก็จะเกิดการสะท้อนกลับของแสงมาที่หน้าเพชรมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งจะทำให้เกิดประกายของเพชรมากขึ้นตาม
       ตามมาตราฐานสากลจะแบ่งระดับความสมบูรณ์ของเหลี่ยมเพชรไว้ดังนี้ คือ Excellent, Very Good, Good, Fair, Poor ตามลำดับ คนไทยส่วนใหญ่จะนิยมเรียกเหลี่ยมเพชรเป็นชื่อของประเทศ เช่น อินเดีย เบลเยี่ยม รัสเชี่ยน ซึ่งการเรียกแบบนี้ เกิดมาจากสมัยก่อนเพชรที่มาจากประเทศต่างๆ จะถูกเจียระไนออกมาในคุณภาพที่ต่างกัน เช่น
       เพชรอินเดีย จะถูกเจียระไนมาเพื่อรักษาน้ำหนักไว้เพชรให้ได้มากที่สุด เหลี่ยมที่ได้จึงไม่ค่อยสมบูรณ์นัก เทียบได้ประมาณเหลี่ยม Good ถึง Very Good
       เพชรเบลเยี่ยม จะถูกเจียระไนมาอย่างพิถีพิถัน ทำให้เหลี่ยมที่ได้มาค่อนข้างสมบูรณ์ จัดอยู่ในระดับ Excellent
       เพชรรัสเชี่ยน (ระวังสับสนกับเพชรรัสเซีย ซึ่งเป็นชื่อเรียกของเพชรสังเคราะห์ หรือ Cubic Zirconia) เพชรรัสเชี่ยนมีที่มาจากประเทศรัสเซีย เพชรที่เจียระไนมาจากประเทศรัสเซียนี้ จะใช้เครื่องจักรในการเจีย ซึ่งจะทำให้ได้เหลี่ยมที่สมบูรณ์ทุกเม็ด โดยที่ไม่สนใจเรื่องของน้ำหนัก เพชรเหลี่ยมรัสเชี่ยนจัดอยู่ในกลุ่มสูงสุดของ Excellent หรือที่เรียกกันว่า Ideal Cut หรือ Heart and Arrow* ปัจจุบันนี้เพชรที่มาจากประเทศรัสเซียแท้ๆ ค่อนข้างหาได้ยากมาก
        
ปัจจุบัน นี้ ประเทศต่างๆดังที่กล่าวมาแทบจะไม่มีเหมืองเพชรหลงเหลือแล้ว เพราะฉะนั้น ชื่อเรียกเพชรเหล่านี้ จึงไม่ได้หมายความว่าเพชรจะต้องมาจากประเทศนั้นๆ เพียงแต่เป็นการบ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของเหลี่ยมเพชรเพื่อให้เข้าใจกันได้ ง่ายขึ้น

       * Heart and Arrow คือชื่อเรียกของเพชรกลมเหลี่ยมเกสรที่มีความสมบูรณ์ของเหลี่ยมมากที่สุด โดยการใช้กล้องพิเศษส่องดูที่ด้านบนหน้าเพชร จะขึ้นเป็นรูปลูกศร 8 แฉก และหากส่องทางด้านล่างของเพชร จะขึ้นเป็นรูปหัวใจ 8 ดวง ซึ่งการจะเรียกว่าเป็น Heart and Arrow ได้นั้น ลูกศร และหัวใจทั้งหมด จะต้องมีความสมบูรณ์ 100% ซึ่งจะต้องใช้ความเชี่ยวชาญในการดูเช่นกัน

  Copyright 2005-2014 brilliancethailand.com All rights reserved.
view